“เสียงของความเงียบ” (« Le silence buissant »)
“L’air est plein de nos cris.” – Samuel Beckett
หนังสือเล่มล่าสุดที่ได้ยืมมาอ่านจากห้องสมุดและอ่านจนจบคือ "Ethique et Infini[1]" ของ Lévinas (อ่านว่า เล-วิ-นาส) ถ้าจะเป็นภาษาไทยก็อาจแปลได้ว่า "จริยศาสตร์และความไร้ที่สิ้นสุด"
Emmanuel Lévinas (1906 Kovno, Lituanie -1995 Paris) เป็นนักคิดยุคเดียวกับ Chomsky, Derrida, Foucault, Deleuze และ Maurice Blanchot ฯลฯ และเป็นนักปรัชญาเชิง “จริยธรรม” คนสำคัญคนหนึ่งของประเทศฝรั่งเศส และของโลกเลยก็ว่าได้
การพบกันของเฟย์กับ Lévinas เกิดขึ้นเมื่อต้นเดือนธันวาคมซึ่งเฟย์ได้เข้าไปร่วมฟังการสัมมนาวิชาการเรื่อง "Lévinas et les arts" ("เลวินาสกับศิลปะ") ที่มหาวิทยาลัย Sorbonne ผู้ที่มาบรรยายล้วนแต่เป็นอาจารย์ที่มีชื่อเสียงในวงการวิชาการฝรั่งเศสทั้งสิ้น รวมถึงอาจารย์ของเฟย์ด้วย M. Denis Guénoun ที่พูดเรื่อง "Le temple ou le théâtre - De la transcendance" ("วัดหรือโรงละคร - ว่าด้วยเรื่องอุตรภาพ")
เหตุเพราะอาจารย์นี่แหล่ะ ก็เลยทำให้ได้เข้าไปร่วมฟังการสัมมนาครั้งนี้ และได้ใกล้ชิดกับความคิดของเลวินาสเป็นครั้งแรกอย่างจริงจัง (เพราะก่อนหน้านี้ เช่นเดียวกับเด็กวรรณคดีคนอื่นๆ เฟย์รู้จักเพียงแค่ชื่อและแนวคิดกว้างๆของนักปรัชญาผู้นี้จากการพูดคุยกับเพื่อนๆและจากการอ้างอิงถึงในหนังสือต่างๆที่เคยอ่าน)
- นี่แหล่ะคือที่มาของความอยากอ่านงานของเขาซักเล่มหนึ่ง -
หนังสือเล่มนี้เป็นการตีพิมพ์บทสนทนาระหว่างเลวินาสกับ Philippe Nemo ใน รายการของคลื่นวิทยุ France Culture มีบทหนึ่งเป็นบทที่ว่าด้วยเรื่อง “มี” (หรือ Il y a ในภาษาไทยก็จะตรงกับการใช้”มี”ในความหมายอย่างเช่น “มีคนเดินเข้ามา” หรือ “มีแดดออก” เป็นต้น)
เลวินาสกล่าวว่าเขาสนใจประธานของประโยค “il” ที่เป็นประธานที่ไม่มีตัวตน ที่ไม่ได้หมายถึงใครคนใดคนหนึ่ง หรือ “être impersonnel” (op. cit., p. 37) (ในภาษาฝรั่งเศส คำว่า “มี” ประกอบไปด้วย 1. il เป็นประธานเอกพจน์ ซึ่งโดยปกติจะหมายถึงบุคคลที่เราพูดถึง 2. y เป็นคำบุพบทของสถานที่ สถานที่ที่เราพูดถึง 3. a เป็นกริยาหมายถึง “มี”)
ถ้าจะอธิบายประเด็นต่างๆที่เลวินาสได้พูดถึงเพื่ออธิบาย “มี” ก็จะยาวมากๆ ขอสรุปง่ายๆว่าเลวินาสบอกว่า ในการพยายามคิดเรื่อง “อัตตา” (être) “มี” หรือ il y a เป็นตัวที่เปิดกว้างความเป็นไปได้ เปิดกว้างความสามารถที่จะ “มี” หรือ “ไม่มี” ก็ได้ : « la scène même de l’être est ouverte. » (ibid., p. 38)
ถ้าจะพูดโดยใช้ศัพท์ทางศาสนาพุทธ “มี” ของเลวินาสก็จะคล้ายๆกับสุญญตา ที่ไร้อัตตาและอนัตตา ที่เหนืออัตตาและอนัตตา
สำหรับเลวินาส เขาบอกออกมาชัดเจนเลยว่าความว่างเปล่านี้เป็นความว่างเปล่าที่ไม่ใช่ศูนย์ คือจะว่าไม่มีอะไรเลยก็ไม่ใช่ จะบอกว่ามีอะไร ก็ไม่ถูก
“Ni néant ni être. […] On ne peut dire de cet « il y a » qui persiste que c’est un événement d’être. On ne peut dire non plus que c’est le néant, bien qu’il n’y ait rien.” (ibid., p. 38-39.)
โดยเลวินาสใช้ภาพของ “ความเงียบที่มีเสียง” – “le silence […] comme buissant” - (ibid., p. 38) มาอธิบายประเด็นเรื่อง “มี” นี้
ประเด็นทางปรัชญาเรื่อง “มี” นี้ เลวินาสได้เล่าว่ามันมีจุดเริ่มต้นมาจากความทรงจำวัยเยาว์ของเขา เด็กนอนคนเดียว ในขณะที่ผู้ใหญ่ก็ยังตื่น ยังดำเนินชีวิตต่อไปเรื่อยๆ เด็กก็รู้สึกได้ถึงความเงียบในห้องนอน เป็นเหมือนความเงียบที่มีเสียง เหมือนกับเสียงที่เราได้ยินจากการเอาเปลือกหอยมาแนบหู
“เสียงของความเงียบ”นี้ ทำให้เฟย์นึกถึงงานของ Proust นักเขียนฝรั่งเศสชื่อดังช่วงต้นศตวรรษที่ 20 ใน A la recherche du temps perdu พรูสต์ได้เล่าประสบการณ์ตอนเด็กของเขา เขาจะต้องถูกสั่งให้เข้านอน ในขณะที่พ่อ แม่และแขกคนอื่นๆในบ้านยังเลี้ยงฉลองต่อไป ยังคงใช้ชีวิตต่อไป นอกจากสไตล์การเขียนของพรูสต์ที่เพราะจับใจหานักเขียนคนใดเปรียบเทียบได้ยากแล้ว สำหรับเฟย์ ฉากนี้(ซึ่งเป็นฉากแรก ยาวเป็นสิบๆหน้าและเป็นฉากสำคัญที่ทำให้เกิดหนังสือเล่มนี้และอีกหลายๆเล่มที่ตามมา) “จุดประกาย” ทางความรู้สึกและทางความคิดมากจริงๆ
ไม่ว่าจะเป็นตอนที่เล่าถึงสิ่งที่เกิดขึ้นในช่วงเวลาเพียงเสี้ยววินาทีก่อนที่เราจะคล้อยหลับไปหรือที่เรากำลังจะตื่น เรื่องของห้องนอนหลายๆห้องที่เราได้เคยนอน จนทำให้ช่วงเวลาที่กำลังจะตื่น เราลืมไปว่าเราอยู่ที่ไหน ห้องใดกันแน่
แต่ฉากที่เฟย์จำได้แม่นและเป็นฉากที่ทำให้สัมผัสได้ถึง “ความน่าวิงเวียน”ของ “ความเป็นคน” ของการมี “อัตตา” ของการมีชีวิตอยู่ (เฟย์คิดถึงปรัชญาexistentialsime ของ Jean-Paul Sartre คิดถึงโดยเฉพาะอย่างยิ่งนวนิยายเรื่อง La Nausée ของเขา) ก็คือ ฉากการเล่าเรื่องการนอนไม่หลับ
ในความเงียบ สิ่งของที่อยู่รอบตัวเรา ไม่ว่าจะเป็นตู้เสื้อผ้า โต๊ะอ่านหนังสือ เก้าอี้ ผ้าม่าน ฯลฯ ทุกสิ่งเหล่านี้ “ดำเนินชีวิต” ของมันต่อไป โดยที่ไม่จำเป็นต้องมีเรา โดยที่ไม่สนใจเรา “มันมีชีวิตของมัน”
เป็นความเงียบที่เต็มไปด้วยภาพของความทรงจำที่ซ้อนทับกัน
เป็นความเงียบ"ของ"สิ่งที่ "มี" อยู่ตรงนั้นและตอนนั้น
เป็นความเงียบของความว่างเปล่าที่ไม่ว่าง
เป็นความเงียบที่มีเสียง….
- เสียงของมนุษยชาติ
เสียงตะโกนก้องของสรรพสิ่ง
« Vladimir. – [….] A cheval sur une tombe et une naissance difficile. Du fond du trou, rêveusement, le fossoyeur applique ses fers. On a le temps de vieillir. L’air et plein de nos cris. (Il ecout.e.) Mais l’habitude est une grande sourdine. (Il regarde Estragon.) Moi aussi, un autre me regarde, en se disant, Il dort, il ne sait pas, qu’il dorme. (Un temps.) Je ne peux pas continuer. (Un temps.) Qu’est-ce que j’ai dit ? » (Samuel Beckett, En attendant Godot, Minuit, p. 128)

ข้อมูลเพิ่มเติม
Lévinas http://www.levinas.fr/
http://espacethique.free.fr/index.php?lng=fr
Proust http://expositions.bnf.fr/proust/
http://www.alalettre.com/proust-intro.htm
[1] LÉVINAS Emmanuel, Éthique et infini. Dialogues avec Philippe Nemo, Paris : Livre de poche, coll. Essais, 1982.